มูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงรังษีนภดล ยุคล

*


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

From the news...

ยินดีต้อนรับ
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เครือข่ายช้างกาญจนบุรี รับทุนงานเสกสมรส"วิล-เคต"  (อ่าน 3605 ครั้ง)
nonthee
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 21


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 09:27:23 PM »

งานพระราชพิธีเสกสมรสของ เจ้าชายวิลเลียม แห่งอังกฤษ และ เคต มิดเดิลตัน เมื่อ 29 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น จัดขึ้นอย่างสมเกียรติแต่ไม่หรูหรา ตามพระประสงค์ของคู่บ่าวสาว

เนื่องจากช่วงนี้เศรษฐกิจของอังกฤษไม่ดีนัก รัฐบาลต้องตัดลดงบประมาณในด้านต่างๆ บวกสถานการณ์โดยรวมของโลกอยู่ในช่วงตึงเครียด ไม่ว่าจะเป็นหายนภัยจากธรรมชาติ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในตะวันออกกลาง

เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคต หรือดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงปรับเปลี่ยนวิธีการรับ "ของขวัญ" จากพระราชอาคันตุกะและแขกผู้มีเกียรติ จากเดิมที่เป็นสิ่งของล้ำค่า มาเป็นเงินบริจาคเข้าองค์กรการกุศล ในชื่อ "กองทุน ของขวัญวันเสกสมรส"

โดยทรงคัดเลือกมูลนิธิทั่วโลก 26 องค์กรที่จะได้รับทุนจากงานเสกสมรสในครั้งนี้

เครือข่ายช้างกาญจนบุรี (Elephant Conser vation Network - ECN) ของประเทศไทยเป็นองค์กรหนึ่งที่ได้รับคัดเลือก ผ่านทางสมาคมสัตววิทยาลอนดอน (The Zoological Society of London - ZSL)

สมาคมสัตววิทยาลอนดอนแจ้งว่า ได้นำเงินที่ได้รับมาสนับสนุนทั้งหมด 5 โครงการ ได้แก่ โครงการอนุรักษ์เสือโคร่งที่รัสเซียตะวันออกกลาง โครงการอนุรักษ์เสือโคร่งที่สุมาตราและโครงการอนุรักษ์ป่าพรุที่กักเก็บคาร์บอนปริมาณสูงอินโด นีเซีย โครงการอนุรักษ์ช้างที่ประเทศคองโก และโครงการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างประเทศไทย

ที่มาของเครือข่ายอนุรักษ์ช้างกาญจนบุรีเกิดจากโครงการหนึ่งของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เพื่อ อนุรักษ์ช้างในผืนป่าตะวันตก เมื่อการทำงานในพื้นที่มีความสำคัญมากขึ้น จึงเลือกพื้นที่นำร่องที่ อ.สลักพระ จ.กาญจนบุรี

นับตั้งแต่นั้นจึงแยกตัวออกมาเป็นองค์กรอิสระ โดยมี เบลินด้า สจวร์ต-ค็อกซ์ ผู้อำนวยการเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง และ จิตตินทร์ ฤทธิรัตน์ ผู้จัดการโครงการเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง

เจ้าหน้าที่เป็นคนไทย 12 คน มีทั้งนักวิจัยและเจ้าหน้าที่ภาคสนาม บางครั้งมีอาสาสมัครชาวต่างชาติมาส่วนใหญ่ก็จะเป็นจากอังกฤษ ทำให้มีความสัมพันธ์กับอังกฤษอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายหลักขององค์กรเพื่ออนุรักษฺช้างป่าและระบบนิเวศของป่า และแก้ปัญหาเรื่องช้างป่าออกมาทำให้คนหรือพืชผลได้รับความเสียหาย เรียกว่า "การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง"
 


จิตตินทร์ ฤทธิรัตน์ ผู้จัดการโครงการเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง กล่าวว่า ได้รับเงินส่วนนี้มาจากสมาคมสัตววิทยาลอนดอน (ZSL) ซึ่งสมาคมนี้เป็นเจ้าของสัตว์ลอนดอน สวนสัตว์วิพสเนด ซึ่งเป็นองค์กรที่ยาวนานมากก่อตั้งในปี พ.ศ.2369

ทางองค์กรสนับสนุนงานอนุรักษ์สัตว์ป่าในท้องถิ่นและประเทศที่มีปัญหาสัตว์ป่าทั่วโลก โดยจะเลือกสนับสนุนก็จะเป็นสัตว์ที่กำลังอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์หรือกำลังถูกคุกคามและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

"ปัญหาใหญ่ที่สุดคือพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ากำลังลดขนาดลง เนื่องจากการถูกกีดขวางโดยโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ จึงทำให้คนกับสัตว์ป่าปะทะกัน ทั้งหมดก็เพราะขาดการวางแผนและให้ข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนา กรมอุทยานป่าไม้แห่งชาติ กรมที่ดิน หรือหลายๆ กระทรวงที่ทำงานอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน เมื่อทำอะไรลงไปเเล้วอาจจะส่งผลกระทบ อย่างการตัดถนนทำให้ป่าทับทางที่สัตว์ป่าใช้ข้ามไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง จึงทำให้สัตว์ป่าติดเกาะ พอถนนเข้ามาทำให้คนอพยพโยกย้ายเข้ามาอยู่ใกล้ป่ามากขึ้น และฉกฉวยโอกาสในการบุกรุกเข้าไปในป่า ทั้งหมดเกิดปัญหาจากการวางเเผนใช้ประโยชน์พื้นที่ของภาครัฐทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า" จิตตินทร์บอกย้ำถึงปัญหาที่พบ

ปัจจุบันเครือข่ายอนุรักษ์ช้างไทยกำลังดูความเป็นไปได้ในการสร้างพื้นที่แนวเชื่อมต่อป่าตอนเหนือของสลักพระกับป่าสงวนอยู่ใกล้ๆ บริเวณอุทยานแห่งชาติถ้ำทางรอด ที่จะเชื่อมไปยังศรีนครินทร์ จะทำให้สัตว์อย่างช้างป่าหรือเสือโคร่งใช้พื้นที่ขนาดใหญ่หากิน มีพื้นที่การหาอาหารได้มากขึ้น
 


การลดปัญหาความขัดแย้งกับชุมชนระยะยาวได้อีกทาง คือโครงการ Habitat Connectivity for Wild Elephant Conservation หรือการผลักดันโครงสร้างแนวเชื่อมต่อป่าเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่าในพื้นที่ระหว่าง อ.สลักพระ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ และอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อรองรับประชากรสัตว์ป่าและการแก้ไขปัญหาช้างป่า

โดยการสำรวจร่องรอยการใช้พื้นที่ของช้างป่าและสัตว์ป่าที่สำคัญในพื้นที่เป้าหมายในปี 2551 นำเสนอกรมอุทยานฯ และผ่านการเห็นชอบ ปัจจุบันกำลังดำเนินการต่อในหลายๆ ด้านเพื่อทำให้โครงการเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

จิตตินทร์ กล่าวอีกว่า ถือว่าเป็นทางออกที่พยายามทำกันอยู่และเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก และก็ต้องอาศัยเวลาหาข้อมูลมารองรับแนวความคิดนี้พอสมควร ถ้ามีพื้นที่เชื่อมต่อได้ นั่นหมายถึงพื้นที่บริเวณนั้นเป็นป่าอยู่เเล้ว เพียงแต่ว่าเราจะลงพื้นที่ไปดูปัจจัยต่างๆ เพื่อหาข้อมูลที่บ่งบอกได้ถึงศักยภาพที่จะทำได้ เอื้อประโยชน์ให้การเดินทางการข้ามไปมาของสัตว์ป่าระหว่างพื้นที่อนุรักษ์ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งอาจจะถูกตัดขาดด้วยถนนเส้นเล็กๆ หรือหมู่บ้าน ชุมชนเล็กๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลที่บ่งบอกได้ถึงศักยภาพที่จะทำได้ เพราะปัจจุบันมีสัตว์ป่าใช้อยู่

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำรวจป่าเพื่อดูร่องรอยการใช้พื้นที่ของช้างป่าตามฤดูกาล ดูปัจจัยด้านระบบนิเวศและภัยคุกคามต่างๆ ในพื้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการระบุเส้นทางที่ทำเป็นแนวเชื่อมต่อสำหรับสัตว์ป่าได้ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาเรื่องช้างป่ากับชุมชนหมู่บ้านในพื้นที่

การวิเคราะห์สารพันธุกรรมจาก "ขี้ช้าง" เพื่อระบุจำนวนตัวของช้างป่าในพื้นที่บริเวณนี้ และระบุการเชื่อมโยงของกลุ่มประชากรช้างป่าระหว่างพื้นที่ต่างๆ เน้นส่งเสริมโครงการทดลองเพื่อหาแนวทางการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนที่ อ.สลักพระ และอนุรักษ์ระบบนิเวศของช้างป่าและลดภัยคุกคามต่างๆ ที่มีอยู่

รวมทั้งโครงการส่งเสริมอาชีพทาง เลือกแก่กลุ่มชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์จากป่าเพื่อลดการใช้ประ โยชน์จากป่าและลดผลกระทบด้านลบต่อช้างป่า ที่ ต.หนองเป็ด อ.สลักพระ

อีกทั้งยังมีโครงการวิจัยการฟื้นฟูป่า โดยการทดลองวิจัยเชิงปฏิบัติการในการขยายพันธุ์ไม้ท้องถิ่นในชุมชนต่างๆ และการจัดตั้งเรือนเพาะชำกล้าไม้ และการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าที่เสื่อมโทรมในหมู่บ้าน

โครงการ Human-Elephant Coxistence Outreach หรือ "การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง" โดยมีการจัดฝึกอบรมแก่ครู นักการศึกษา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เอ็นจีโอ เกี่ยวกับวิธีการเรียน การสอน ที่เป็นนวัตกรรมด้านการสอนที่มุ่งเน้นการเรียนรู้จากการกระทำเปลี่ยนทัศนคติ พฤติกรรมของผู้เรียน พร้อมแจกคู่มือการเรียน การสอน สื่ออุปกรณ์ต่างๆ โดยจัดกิจกรรมทั่วจ.กาญจนบุรี ซึ่งมีโครงการศิลปะเพื่อช้างที่จัดขึ้นทุกวันที่ 13 มีนาคมของทุกปีกับโครงการวิ่งเพื่อช้าง ปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคมรวมอยู่ด้วย และสุดท้ายโครงการรณรงค์ด้านการอนุรักษ์ร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่เป้าหมาย

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือแผนการในอนาคตหลังจากได้รับเงินบริจาคที่ได้รับพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเคต มิดเดิลตัน เพื่อชุมชนที่อยู่กับช้างป่าได้มีความเข้าใจมากขึ้น เพื่อในที่สุดจะอยู่ได้ โดยต่างฝ่ายก็ได้ประโยชน์ในการอยู่ร่วมกัน

"เงินบริจาคที่ได้รับเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นแรงกระตุ้น เพราะว่าสิ่งที่เป็นแรงกระตุ้นมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเราเอง เหมือนเป็นแรงบันดาลใจและแรงกระตุ้นทำให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบ้าง แม้ว่าในระดับเล็กๆ ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเราเอง แต่เงินบริจาคทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น"



* view_resizing_images.jpg (24.76 KB, 360x270 - ดู 865 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
 
กระโดดไป: